มูลนิธิเด็กโสสะ-สอนลูกให้ปลอดภัยและห่างไกลจากอุบัติเหตุบนท้องถนน banner
พฤศจิกายน 7 2566

สอนลูกให้ปลอดภัย และห่างไกลจากอุบัติเหตุบนท้องถนน

ความปลอดภัยบนท้องถนนเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กเล็ก หรืออยู่ในเขตชุมชนเมือง ซึ่งการเดินทางและการเล่นนอกบ้านล้วนมีความเสี่ยง หากเด็กไม่รู้วิธีระมัดระวังตัว การเกิดอุบัติเหตุก็อาจเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าที่คิด

วันนี้มูลนิธิเด็กโสสะฯ ขอแนะนำแนวทางง่ายๆ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ในการสอนลูกให้ปลอดภัยเมื่ออยู่บนถนน พร้อมสร้างนิสัยป้องกันอุบัติเหตุในชีวิตประจำวันตั้งแต่วัยเด็ก

อุบัติเหตุบนท้องถนน ภัยร้ายที่ไม่ควรมองข้าม

จากสถิติในปี พ.ศ. 2565 พบว่า อุบัติเหตุบนถนนเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ เช่น เมาแล้วขับ ขับรถเร็ว หรือหลับใน โดยในจำนวนผู้ประสบเหตุทั้งหมด มีเด็กอายุระหว่าง 1-18 ปี คิดเป็นสัดส่วนมากถึง 19.08% ของผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งนับว่าน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

ไม่เพียงเท่านั้น คนที่เดินเท้าเองก็ใช่ว่าจะปลอดภัย โดยพบว่าสาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุกับคนเดินถนนมาจากการ “ตัดหน้ารถ” มากถึง 22% ซึ่งแนวโน้มนี้มีอัตราเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ที่การจราจรคับคั่ง

4 วิธี สอนลูกให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุบนท้องถนน

1. เดินเท้าให้ปลอดภัย เริ่มจากทางเท้า

การเดินบนฟุตบาทอาจดูธรรมดา แต่หากไม่ระวังอาจเกิดอุบัติเหตุได้เช่นกัน โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่มักฝ่าฝืนขึ้นมาวิ่งบนทางเท้า รวมถึงพื้นฟุตบาทที่ชำรุด น้ำขัง หรือไม่เรียบ คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนลูกได้ดังนี้:

  • เดินบนฟุตบาทเสมอ หากไม่มีฟุตบาทให้เดินชิดขอบในของถนน
  • ไม่เดินเรียงแถวคู่ แต่ให้เดินเรียงเดี่ยว โดยเฉพาะเมื่ออยู่กับเพื่อน
  • ใส่เสื้อผ้าสีสว่างหรือมีแถบสะท้อนแสง หากต้องเดินในที่มืด
  • ไม่วิ่งเล่น วิ่งข้ามถนน หรือก้มหน้าดูมือถือขณะเดิน

2. เรียนรู้สัญญาณไฟจราจรพื้นฐาน

แม้สัญญาณไฟจราจรจะดูเหมือนเป็นเรื่องของคนขับรถ แต่ความเข้าใจในไฟแต่ละสีสามารถช่วยให้ลูกตัดสินใจข้ามถนนได้ปลอดภัยขึ้น:

  • สีแดง = หยุดรอ
  • สีเหลือง = ชะลอ เตรียมหยุด
  • สีเขียว = ไปต่อได้ (แต่คนข้ามต้องรอไฟแดงก่อน)

สอนให้ลูกข้ามถนนเฉพาะตอนที่สัญญาณคนข้ามไฟเขียวเท่านั้น และก่อนข้ามต้องมองซ้าย-ขวา รวมถึงใช้หูฟังเสียงรถก่อนเดินไป ไม่เร่ง ไม่รีบ ไม่เล่นขณะข้าม

3. ใช้สะพานลอย – ทางม้าลาย อย่างระมัดระวัง

การใช้ทางม้าลายไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป หากเด็กไม่มีสติรู้เท่าทัน ผู้ปกครองควรสอนและฝึกฝนการข้ามถนนอย่างระมัดระวัง:

  • หากมีสะพานลอย ให้ใช้เสมอ อย่าข้ามถนนในที่ไม่มีทางข้าม
  • มองซ้ายขวาก่อนทุกครั้ง รอให้รถหยุดก่อนค่อยข้าม
  • ไม่เล่นโทรศัพท์หรือคุยกันขณะเดินข้าม
  • หากเป็นทางม้าลายที่มีสัญญาณไฟคนข้าม ต้องรอสัญญาณไฟเขียวและให้รถหยุดก่อนทุกครั้ง

4. นั่งรถให้ปลอดภัย คาดเข็มขัด – ใส่หมวกกันน็อก

ไม่ว่าจะเดินเท้าหรือนั่งรถ เด็กก็ต้องได้รับการปกป้องอย่างเหมาะสม:

  • นั่งรถยนต์ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยเสมอ
  • เด็กเล็กควรใช้ Car Seat ที่ได้มาตรฐาน
  • ขึ้นมอเตอร์ไซค์ต้องใส่หมวกกันน็อกทุกครั้ง แม้จะนั่งใกล้บ้านแค่ไหนก็ตาม
  • ไม่อุ้มลูกนั่งบนตักหรือให้ยืนบนเบาะรถเด็ดขาด เพราะเป็นจุดเสี่ยงอย่างยิ่งหากเกิดอุบัติเหตุ

มูลนิธิเด็กโสสะ-4วิธีสอนลูกอย่างไรให้ปลอดภัยบนท้องถนน-infographic

ความปลอดภัย เริ่มต้นได้จากพ่อแม่

นิสัยปลอดภัยทางถนนสามารถปลูกฝังได้ตั้งแต่วัยเด็ก โดยมี “พ่อแม่” เป็นตัวอย่างสำคัญที่สุด อย่าลืมทำให้ลูกเห็นถึงการเคารพกฎจราจร ใส่ใจความปลอดภัย และปฏิบัติตามสิ่งที่สอนอย่างสม่ำเสมอ

เมื่อเด็กเข้าใจและทำตามได้ อย่าลืมให้คำชม หรือรางวัลเล็กๆ เพื่อเป็นแรงจูงใจ และยิ่งทำให้เด็กเห็นคุณค่าในความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่นมากยิ่งขึ้น

มูลนิธิเด็กโสสะ-อบรมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

มูลนิธิเด็กโสสะฯ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทุกรูปแบบ

มูลนิธิเด็กโสสะฯ ให้การเลี้ยงดูเด็กที่สูญเสียครอบครัว ไร้ที่พึ่งพิง ด้วยการมอบการดูแลที่ดีที่สุดในรูปแบบของ “ครอบครัวทดแทนถาวร” ภายใต้หลักสำคัญของ นโยบายคุ้มครองเด็ก (Child Safeguarding) คือ ให้เด็กเติบโตและได้รับการเลี้ยงดูในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย ดังนั้น มูลนิธิฯ จึงใส่ใจกับความปลอดภัยในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการมอบที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐาน การมอบการศึกษาสูงสุดตามความสามารถเพื่อเสริมสร้างความรู้ในทุกด้าน

มูลนิธิเด็กโสสะ-อบรมการปฐมพยาบาล-ซ้อมแผนเหตุเผชิญภัยโดยบรรเทาสาธารณภัย-สอนการเอาตัวรอดเมื่อเด็กติดอยู่ในรถ-สอบใบขับขี่

รวมถึงการจัดอบรมเพิ่มเติมทางด้านความปลอดภัยแก่เด็กและบุคลากร เช่น การซ้อมบรรเทาภัย การอบรมวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น การอบรมจราจร และสอนเด็กเล็กเกี่ยวกับวิธีเอาตัวรอดเมื่อติดอยู่ในรถ ฯลฯ เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กทุกคนในความดูแลของมูลนิธิฯ จะได้รับความปลอดภัย มีความรู้ที่เหมาะสมติดตัวไปจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถดูแลตนเองและไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้เยาวชนที่บรรลุนิติภาวะแล้วได้รับการอบรมและสอบใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ เพื่อเป็นความรู้ติดตัวสามารถนำไปใช้ประกอบอาชีพได้ในอนาคต 


Copyright © All Right Reserved