4 แนวทางสังเกตและป้องกัน ปัญหาสุขภาพจิตเด็ก

มูลนิธิเด็กโสสะ-4 แนวทางสังเกตและป้องกัน ปัญหาสุขภาพจิตเด็ก-มูลนิธิเด็กโสสะ-4 แนวทางสังเกตและป้องกัน ปัญหาสุขภาพจิตเด็ก-banner

ปัญหาสุขภาพจิตนั้น เกิดขึ้นได้กับทุกวัยไม่เว้นแม้แต่เด็กเล็ก โดยหากคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองไม่ทันสังเกตให้ดีว่าลูกเรากำลังประสบกับปัญหาทางสุขภาพจิตที่มากกว่าแค่อาการดื้อหรืออารมณ์ขึ้นลงตามปกติ ก็อาจจะนำไปสู่ผลกระทบที่ร้ายแรงได้
 

มูลนิธิเด็กโสสะ-4 แนวทางสังเกตและป้องกัน ปัญหาสุขภาพจิตเด็ก-มูลนิธิเด็กโสสะ-4 แนวทางสังเกตและป้องกัน ปัญหาสุขภาพจิตเด็ก
 

4 สัญญาณ สังเกตอาการปัญหาสุขภาพจิตในเด็ก

ปัญหาสุขภาพจิตในเด็ก หรืออาการเจ็บป่วยทางจิตนั้น อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยเสี่ยงทางชีววิทยาที่เกี่ยวข้องกับระดับสารสื่อประสาทที่ผิดปกติ หรือปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเครียดจากสิ่งแวดล้อม เช่น การตกเป็นเหยื่อของการบูลลี่, การถูกล่วงละเมิด, การถูกกดันจากครอบครัวหรือคนรอบข้าง หรือแม้แต่เรื่องที่ผู้ใหญ่อาจมองว่าเล็กน้อย เช่น ผิดหวังในสิ่งที่ต้องการ, ทำข้อสอบได้ไม่ดี, ทะเลาะกับเพื่อน ฯลฯ ซึ่งเมื่อเด็กเกิดความเครียด ความผิดปกติทางอารมณ์บางอย่าง ร่างกายจะแสดงปฏิกิริยาออกมาในรูปแบบต่างๆ ที่สามารถสังเกตได้เป็นแนวทาง คือ

1. ความผิดปกติด้านการกิน/การนอน

มีพฤติกรรมการกินและการนอนที่มากขึ้น/น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ผิดปกติจากเดิม ในเด็กเล็กอาจงอแง หงุดหงิดง่ายหลังตื่นนอนเนื่องจากหลับไม่สนิท รวมถึงการฉี่รดที่นอนซึ่งปกติไม่เกิดขึ้นมานาน
 

2. หงุดหงิดง่าย หรือซึมเศร้า

การแสดงอารมณ์ที่แปรปรวนหรือรุนแรง ผิดไปจากเดิม เช่น

  • หงุดหงิดง่าย ก้าวร้าว ฉุนเฉียว
  • ซึมเศร้า ร้องไห้บ่อยและเป็นเวลานาน หรือเฉยชา ไร้อารมณ์
     

3. พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากเดิม

ความผิดปกติทางพฤติกรรมนั้น สามารถแสดงออกได้หลากหลายรูปแบบ เช่น

  • มีอาการป่วยบ่อยครั้งทั้งที่เคยเข็งแรงดี เช่น ปวดหัว ปวดท้อง
  • ไม่ใส่ใจดูแลสุขอนามัยของตนเอง ไม่อาบน้ำหวีผม ใส่เสื้อผ้าซ้ำๆ หรือปล่อยให้ห้องรกสกปรกทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
  • การกระทำที่มากไป/น้อยไปจนเกินพอดี เช่น ลุกขึ้นมาทำอะไรที่แปลกไปจากเดิม โหมทำ หรือกลายเป็นคนที่เฉื่อยชา ไม่ทำอะไรเลย ไม่มีแรงจูงใจทำแม้แต่กิจกรรมที่เคยชอบ
  • มีการแสดงออกที่แปลกจากเดิม เช่น พูดเร็ว/ช้าผิดปกติ, วิตกกังวล, สับสนและย้ำคิดย้ำทำ
  • ในเด็กเล็กอาจมีพฤติกรรมเกาะติดพ่อแม่ทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน บ่งบอกถึงความโดดเดี่ยว กลัว ไม่มั่นใจ
     

4. เก็บตัว หลีกหนีสังคม

เมื่อลูกเริ่มงอแงไม่อยากไปโรงเรียนโดยแสดงอาการหวาดกลัวหรือวิตกกังวล ให้คุณพ่อคุณแม่เปิดใจพูดคุย รับฟังลูก หรือคอยสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด เพราะมีโอกาสที่ลูกอาจจะมีปัญหากับเพื่อนที่โรงเรียนหรือถูกกลั่นแกล้งได้ รวมถึงอาการหลีกหนีสังคม หมกตัวอยู่แต่ในห้อง/บ้าน ไม่พูดคุย เหม่อลอย สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณสำคัญที่พ่อแม่ควรรีบให้ความช่วยเหลือ เพราะหากปล่อยไว้อาจนำไปสู่โรคซึมเศร้าที่รุนแรงได้

 

สัญญาณและอาการต่างๆ ที่ลูกแสดงออกนั้น บางครั้งเกิดขึ้นโดยที่พวกเขาเองไม่รู้ตัว หรือไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้นการสังเกตอย่างใส่ใจและเริ่มหาวิธีแก้ปัญหาแต่เนิ่นๆ จะสามารถช่วยให้อาการลูกดีขึ้น ทั้งนี้ควรปรึกษากับจิตแพทย์เด็กควบคู่กันไปเพื่อการรักษาที่ถูกต้องและปลอดภัยค่ะ
 

ปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น

  • คลินิกจิตเวชเด็กและวัยรุ่น สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์
    - โทรศัพท์ : 0-2248-8999
    - https://www.facebook.com/smartteencamri

  • สายด่วนสุขภาพจิต 1323

การที่เด็กคนหนึ่งจะเติบโตมามีพื้นฐานลักษณะนิสัยและทัศนคติอย่างไรนั้น การเลี้ยงดูของครอบครัว เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างมาก หากคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกเติบโตมามีสุขภาพจิตที่แข็งแรง ก็ต้องคอยใส่ใจอย่างถูกต้องและพอดี เพื่อสร้างเกราะป้องกันทางอารมณ์ให้กับเด็กๆ ค่ะ
 

มูลนิธิเด็กโสสะ-4 แนวทางสังเกตและป้องกัน ปัญหาสุขภาพจิตเด็ก-ครอบครัวโสสะ
 

4 แนวทางป้องกัน ปัญหาสุขภาพจิตในเด็ก

1. สร้างความเชื่อใจ

  • การสร้างความเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ลูกกล้าพูดคุยเปิดเผย บอกสิ่งต่างๆ กับพ่อแม่เพื่อขอความช่วยเหลือเมื่อรู้สึกไม่มั่นคงปลอดภัย
  • พ่อแม่ควรดูแลสุขภาพจิตของตนเองให้ดีก่อน เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีและเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับลูก
  • สื่อสารพูดคุยกันอย่างสม่ำเสมอด้วยเหตุผล ไม่ใช่อารมณ์ รับฟังอย่างใจเย็น และเคารพให้ตัวลูกแม้ว่าเขาจะยังเป็นเด็กก็ตาม

อ่านเพิ่มเติม

2. ปลูกฝังทัศนคติเชิงบวก

  • ไม่เปรียบเทียบลูกกับคนอื่น ชื่นชมเมื่อลูกทำได้ดีแม้เป็นเรื่องเล็กน้อย และแสดงความรักต่อกันเสมอ สร้างให้ลูกเห็นคุณค่าในตนเอง
  • เอาใจเขามาใส่ใจเรา สอนให้ลูกรู้จักยอมรับความแตกต่าง

อ่านเพิ่มเติม

3. สอนให้รู้จักรับมือกับความเครียด

  • สอนให้ลูกรู้จักอารมณ์ต่างๆ ยังแต่ยังเล็ก การแสดงออก และการจัดการอารมณ์ตนเอง เช่น เมื่อรู้สึกโกรธ ให้ลูกนับ 1-10 เพื่อให้ใจเย็นลงแทนที่จะโมโหอาละวาด, เมื่อเสียใจลูกสามารถร้องไห้ได้ เพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นและหากิจกรรมที่ชอบทำเพื่อผ่อนคลาย, หากรู้สึกเครียด ลูกสามารถระบายกับพ่อแม่ได้เสมอ หรือระบายออกด้วยการวาดรูป เขียนบันทึก  
  • ไม่ตามใจเกินไป ให้ลูกรู้จักควบคุมตัวเอง รู้จักอดทนรอคอย
  • ให้ลูกฝึกช่วยเหลือตนเองตามวัย ฝึกจัดการปัญหาด้วยตนเอง โดยคอยให้คำแนะนำและให้กำลังใจ

อ่านเพิ่มเติม

มูลนิธิเด็กโสสะ-น้องโสสะปลูกผักสวนครัว

 

4. ทำกิจกรรมสานสัมพันธ์ในครอบครัว

  • ความสัมพันธ์ที่ดี เริ่มต้นจากการมีเวลาให้กันเสมอ ดังนั้นพ่อแม่จึงควรหมั่นพูดคุยกับลูก มีเวลาทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อกระชับความสัมพันธ์ เช่น ทำอาหาร, ดูหนัง, ชอปปิง, ออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน, ทำสวน, วาดภาพ เล่นดนตรี ฯลฯ
  • ในเด็กเล็กโดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ไม่ควรปล่อยให้ดูหน้าจอมือถือ แท็บเล็ต ควรทำกิจกรรมอย่างอื่นที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการตามวัย

อ่านเพิ่มเติม

สุขภาพจิตที่แข็งแรง คือพื้นฐานการเติบโตที่ดี

ไม่เพียงแค่การดูแลสุขภาพกายเท่านั้นที่สำคัญ แต่สุขภาพจิตนั้นสามารถส่งผลถึงความแข็งแรงทางกายได้โดยตรง มูลนิธิเด็กโสสะฯ จึงให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพจิตของทั้งแม่โสสะ คุณน้า และเด็กทุกคน โดยแม่และน้าจะได้รับการอบรมด้านการเลี้ยงดูเด็กอย่างถูกต้อง รวมถึงอบรมความรู้ด้านสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น เพื่อทำความเข้าใจลูกในช่วงวัยต่างๆ และนำไปปรับใช้เลี้ยงดู สังเกต แก้ไขปัญหาให้กับลูกๆ อย่างถูกวิธีค่ะ
 

มูลนิธิเด็กโสสะ-น้องโสสะอบรมทักษะการสื่อสารและจัดการอารมณ์

เยาวชนโสสะ อบรมทักษะชีวิตเรื่องการสื่อสารและอารมณ์
 

มูลนิธิเด็กโสสะ-น้องโสสะอบรมทักษะการสื่อสารและการจัดการอารมณ์

แม่โสสะ อบรมเรื่องเด็กสมาธิสั้น

 

ที่มา

สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์
โรงพยาบาลมนารมย์
M.O.M
Motherhood