มกราคม 19 2569
โครงการเครือญาติอุปถัมภ์จังหวัดหนองคาย
น้องชมพู่ อายุ 12 ปี อาศัยอยู่กับป้าซึ่งเป็นผู้เลี้ยงดูหลักตั้งแต่เด็ก น้องชมพู่มีโรคประจำตัวตั้งแต่กำเนิด ทำให้จำเป็นต้องใช้รถเข็นในการดำเนินชีวิตประจำวัน ส่วนป้าประกอบอาชีพค้าขายเล็ก ๆ มีรายได้จำกัดและไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในการดูแลน้องชมพู่ซึ่งต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
แม้จะมีข้อจำกัดหลายด้าน แต่ป้าเลือกที่จะดูแลหลานด้วยตนเอง นี่คือหัวใจของการดูแลเด็กแบบ Kinship Care ที่ญาติได้ให้การเลี้ยงดูเด็กด้วยความรัก ความผูกพัน และความเข้าใจอย่างเต็มความสามารถ มูลนิธิฯ จึงได้เข้ามาให้การสนับสนุนด้านค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เพื่อเสริมพลังให้ครอบครัวสามารถดูแลน้องชมพู่ได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้น้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และช่วยลดภาระความกังวลของผู้เลี้ยงดูในชีวิตประจำวัน
คำขอบคุณจากผู้เลี้ยงดู
"ตอนที่ยังไม่มีโครงการ Kinship Care เข้ามาช่วย ป้าบอกได้เลยว่าการใช้ชีวิตค่อนข้างลำบากมากเลยค่ะ เวลาจะซื้อของกินของใช้แต่ละครั้งก็ต้องรอหาเงินมาให้ได้ก่อนค่อยตัดสินใจซื้อ ป้าไม่มีอาชีพหลัก เพราะต้องคอยดูแลน้องชมพู่ ป้าอาศัยทำกล้วยทอดขายพอมีรายได้มาจุนเจือครอบครัว ซึ่งขายได้วันละประมาณ 100-200 บาท เวลาที่น้องป่วยไม่สบายป้ารู้สึกกังวลใจมาก เพราะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก ทั้งค่ารถ ค่ายา และค่าอาหารในแต่ละวัน แต่ทุกวันนี้ป้าสบายใจขึ้นเยอะ เพราะได้ทางมูลนิธิฯ เข้ามาให้การสนับสนุนด้านค่าใช้จ่ายจำเป็น
ป้าอยากขอบคุณทางมูลนิธิฯ เป็นอย่างมากที่มาช่วยป้าและน้อง โครงการฯ ช่วยสนับสนุนทั้งค่าใช้จ่ายในการซื้อข้าวสาร เครื่องปรุง อาหารสด/แห้ง และสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวของน้องที่จำเป็นอย่างมากคือ แพมเพิส ป้าดีใจมากๆ เลยค่ะ ไม่รู้จะอธิบายออกมาอย่างไร แค่ดีใจและอยากขอบคุณทางมูลนิธิฯ จากใจจริง ที่เข้ามาช่วยให้ป้าและน้องมีชีวิตที่ดีขึ้นจากเดิมค่ะ"
โอกาสที่ทุกท่านมอบให้ ไม่เพียงเข้าถึงเด็กๆ ในครอบครัวโสสะเท่านั้น แต่มูลนิธิฯ ยังกระจายความช่วยเหลือไปยังครอบครัวที่เข้าร่วม โครงการเครือญาติอุปถัมภ์ (Kinship Care) อีกด้วย ทำให้เด็กๆ ได้รับการดูแลจากญาติอย่างมีคุณภาพและมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น
หมายเหตุ : ชื่อของเด็กในบทความนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลง เพื่อเป็นไปตามนโยบายด้านสิทธิเด็กขององค์กร