รอยยิ้มหลังม่านหมอกมลาย

       7.jpg   8.jpg

ในเวลาเดิมเป็นประจำ เมื่อรถสองแถวรับส่งนักเรียนวิ่งผ่านประตูหมู่บ้านเด็กโสสะเชียงราย และเข้ามาหยุดจอดสนิทอยู่ที่บริเวณวงเวียนด้านหน้าอาคารสำนักงาน เพื่อส่งลูกๆโสสะที่เข้าไปเรียนยังโรงเรียนต่างๆ อยู่ในตัวเมืองเชียงราย และรอบนอกหมู่บ้านฯ ภาพชีวิตที่ดำเนินไปอย่างนี้ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์
 
เด็กๆ ต่างทยอยพากันลงจากรถ และยกมือสวัสดีทักทายให้กับคุณน้า, คุณอา (เจ้าหน้าที่หมู่บ้านเด็ก) ที่คอยมายืนรอรับ จากนั้น ทุกคนก็จะแยกย้ายกันเดินกลับเข้าบ้าน ซึ่งบ้านของที่นี่จะเรียงรายขึ้นไปตามเนินเขา เด็กๆ วิ่งหยอกล้อกันไปตามระหว่างทาง
 
หมู่บ้านเด็กโสสะเชียงราย หรือชื่อเต็มคือ หมู่บ้านเด็กโสสะ  “สิริเมตตา 72 พรรษา เฉลิมพระเกียรติ”  เชียงราย ตั้งอยู่ที่  236  หมู่ 5  ถนนพหลโยธิน  ตำบลท่าสุด อำเภอเมือง  จังหวัดเชียงราย  เป็นหมู่บ้านอีกแห่งหนึ่งของมูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ ที่กระจายความช่วยเหลือเด็กๆ ที่สูญเสียบิดามารดา ขาดญาติมิตร ที่อยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย ซึ่งมีบ้านของครอบครัวโสสะทั้งหมด 14 หลัง สามารถรองรับเด็กได้ประมาณ 140 คน
 
น้องน้ำฟ้าและน้องน้ำฝน สองคนพี่น้องที่ร่วมสายเลือดกันมาก็ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวโสสะเชียงรายตั้งแต่ยังเล็กเช่นกัน ปัจจุบัน น้องน้ำฟ้ากำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่สอง ส่วนน้องน้ำฝนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่ง ถ้าหากเราเจอน้องน้องๆ อยู่ข้างนอก หรือไม่ได้พูดคุยกัน เราจะไม่รู้เลยว่าเขาเป็นลูกโสสะ เราพูดคุยกันถึงเรื่องทั่วๆ ไป รวมถึงกิจวัตรประจำวันที่น้องๆ ทำกันว่า มีอะไรบ้าง

น้องเล่าให้ฟังว่า ถ้าเป็นหลังจากที่เลิกเรียนแล้ว ก็จะรับผิดชอบหน้าที่ในส่วนของงานบ้านต่างๆ จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนหน้าที่กันไปแล้วแต่คุณแม่ (คุณแม่โสสะ) จะเป็นคนจัดให้ พี่คนโตๆ อย่างทั้งสองคนก็จะมีงานมากหน่อย เพราะเป็นเหมือนผู้ช่วยของคุณแม่ ซึ่งคุณแม่จะคอยสอนและแนะนำลูกๆ เสมอ เช่น งานทำความสะอาดบ้าน การทำอาหาร งานประดิษฐ์ หรือในบางวันทุกคนในบ้านก็จะออกไปช่วยกันทำความสะอาดรอบๆ บริเวณหน้าบ้าน  ทุกอย่างที่ได้ร่วมกันทำ ก็เป็นเช่นการฝึกฝนตนเอง สำหรับในวันหน้า เมื่อเติบโตขึ้น เรียนจบการศึกษา ทุกคนจะสามารถช่วยเหลือตนเองได้ ไม่เป็นภาระให้กับใคร และเป็นบุคลากรคุณภาพในสังคม อยู่ร่วมกับทุกคนได้อย่างมีความสุข
 
หลังจากทำงานบ้านเสร็จ ก็ผลัดกันไปอาบน้ำ เข้าสู่ช่วงเวลาของครอบครัวอย่างแท้จริง ทุกคนในบ้านพร้อมหน้าพร้อมตากันมารับประทานอาหารเย็น ขณะที่คุณแม่ได้ใช้เวลาคอยถามไถ่ความเป็นไปของทุกคน ในขณะที่พี่น้องก็เล่นหยอกล้อกันอยู่ไม่ขาด แสดงถึงความรักใคร่ และสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นในครอบครัว รวมถึงจากนั้นน้องน้ำฟ้าและน้องน้ำฝนด้วย
เมื่อถามถึงความฝันของน้องๆ ว่าอยากเป็นอะไร อยากทำอะไร น้องบอกเราว่า อยากเรียนให้สูงที่สุดก่อน เพราะอีกหลายปีมากๆ กว่าจะเรียนจบ  แต่เวลาที่ดูละครก็มีความฝันว่า อยากเป็นนางเอกละคร อยากเข้าวงการ เพราะดูสนุกดี
 
ระหว่างที่พูดคุย สิ่งที่บันทึกในความทรงจำของเราอย่างหนักแน่น โดยอัตโนมัติ คือเสียงหัวเราะสดใสของทั้งน้องน้ำฟ้าและน้องน้ำฝน ใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข แม้ที่ผ่านมา ทั้งคู่อาจเคยผ่านเรื่องราวในวัยเยาว์ที่เป็นดั่งม่านหมอกปกคลุมให้ชีวิตเคยมืดหม่น  หากในวันนี้เราก็สัมผัสได้ว่า ม่านหมอกมืดทึมเหล่านั้นได้คลี่จาง คลายตัวให้ทั้งคู่ก้าวสู่โอกาสแห่งชีวิตอันสดใสแล้วเต็มตัว และสักวันหนึ่ง เมื่อทั้งคู่ ได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี ได้เดินตามฝัน วันนั้น เรามั่นใจว่า เค้าเงาแห่งวันวานคงมลายสิ้น เหลือเพียงลูกโสสะหัวใจแกร่งสองคน ผู้เป็นพลังของสังคมไทย ที่ผู้เกี่ยวข้องกับการดูแลและสนับสนุนทุกคนจะภาคภูมิใจ
  • ด้านบน
  • พิมพ์