อ้อมใจในอ้อมกอดของครอบครัวโสสะ


กับครอบครัวที่อบอุ่นของน้องอ้อมใจ


ต้นฉำฉาขนาดใหญ่ตั้งต้นอยู่ข้างอาคารสำนักงานหมู่บ้านเด็กโสสะ “เฉลิมนารินทร์” หนองคาย รอบต้นถูกล้อมด้วยอิฐที่ก่อขึ้นมาเป็นลักษณะบ่อวงกลม และที่บริเวณนี้เป็นศูนย์รวมกิจกรรมของหมู่บ้าน บรรยากาศที่นี่ร่มรื่น ระหว่างทางที่ฉันกำลังจะเดินเข้าบ้านเพื่อไปถ่ายภาพนั้น เด็กหญิงตัวน้อยวัยสี่ขวบ นั่งเล่นชิงช้า หน้าตาเธอดูคมขำ ดวงตาเป็นประกายบริสุทธิ์และสุกใส ดั่งดวงดาวที่ทอประกายในยามที่ฟ้ามืดมน สองมือเล็กๆ ประนมยกขึ้นมาถึงหน้าอก และก้มศีรษะลง ริมฝีปากน้อยๆ เอื้อนเอ่ยทักทาย
 

วัยเด็กอันเปี่ยมสุข

“คุณน้าขาสวัสดีค่ะ” ตามมาด้วยรอยยิ้มหวาน เรารับไหว้และทักทายกลับเด็กน้อย รู้สึกรักใคร่ และเอ็นดูเธอขึ้นมาในทันทีที่พบเห็น
 “คุณน้ามาทำอะไรคะ”
“คุณน้ามาถ่ายภาพค่ะ”
“คุณน้ามาถ่ายภาพที่บ้านหนูเหรอคะ แม่บอกว่าวันนี้จะมีคนมาที่บ้าน หนูจึงมานั่งรอค่ะ ไปค่ะหนูจะพาไปหาแม่ แม่ของหนูใจดีมากนะคะ” เธอกระโดดลงจากชิงช้าแล้วเดินเข้ามาหา ยื่นมือน้อยๆ มาให้ฉันจับเพื่อที่จะนำทางไปที่บ้าน ระหว่างทางก็พูดคุยถามไถ่ชื่อเสียงเรียงนาม เด็กน้อยบอกชื่อของเธอ “หนูชื่ออ้อมใจค่ะ”

มือของอ้อมใจดูเล็กนัก น่าทะนุถนอม และน่าปกป้องคุ้มครอง หากเป็นเมื่อหกปีก่อนฉันคงมีคำถามมากมายว่าตัวเล็กๆ อย่างน้องอ้อมใจมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ทำไมอายุแค่น้อยนิดต้องมาผ่านความยากลำบาก แต่มาวันนี้ฉันเข้าใจชีวิตของลูกๆ โสสะมากขึ้น หากพวกเขามีที่ไป หากพวกเขามีคนดูแลให้ความรักความอบอุ่น พวกเขาคงไม่ต้องมาอยู่ในครอบครัวโสสะ และก็นับว่าเป็นความโชคดีที่เด็กๆ ได้เข้ามาอยู่ที่นี่ เพราะที่นี่ได้มอบครอบครัวให้กับเด็กที่ขาดบิดา มารดา ไร้ญาติมิตร ได้กลับมามีคุณแม่โสสะคอยดูแลให้ความรัก และมีครอบครัวที่อบอุ่นอีกครั้ง
 

น้องอ้อมใจกับคุณแม่สุภาพร (แม่โสสะ) พร้อมด้วยพี่สาวและพี่ชาย

“แม่ขา คุณน้ามาแล้วค่ะ” หลังจากเสียงเรียกของน้องอ้อมใจ เราเห็นหญิงอายุประมาณ 50 กว่าปี นุ่งผ้าซิ่น ผมบนศีรษะที่แซมด้วยผมหงอกสีขาว ถูกรวบและมัดเกล้าไปไว้ด้านหลัง  คุณแม่สุภาพร ใจใส ผู้ทำหน้าที่เป็นคุณแม่ดูแลเด็กๆ ประจำบ้านสาม เธอเดินออกมายืนต้อนรับเราพร้อมรอยยิ้มเต็มใบหน้าที่ประตูบ้าน
 
ในบ้านหลังนี้มีเด็กๆ อยู่ประมาณ 11 คน แต่ที่จะดูอายุน้อยที่สุดก็คงจะเป็นน้องอ้อมใจนี่เอง ภายในบ้านมีการแบ่งสัดส่วนเป็นอย่างดี มีห้องนอนสามห้องซึ่งจะเป็นห้องเด็กๆ จำนวนสองห้อง ห้องหนึ่งเด็กๆ จะนอนได้ 4-5 คน สำหรับน้องตัวเล็กๆ อย่างอ้อมใจยังนอนห้องเดียวกับคุณแม่ ห้องน้ำขนาดใหญ่ ห้องครัวไว้สำหรับประกอบอาหาร วันนี้คุณแม่สุภาพรจะสอนให้น้องๆ ทำวุ้นกับทำยำข้าวทอดด้วย เราจึงโชคดีได้เก็บภาพกิจกรรมของครอบครัวเล็กๆ ที่น่ารักนี้เพิ่มเติม

เด็กหญิงตัวน้อยเฝ้าคอยเดินตามเราระหว่างที่ถ่ายภาพ ดวงตาสงสัยใคร่รู้ แต่บางทีก็มีวิ่งไปกอดคอพี่ในบ้านคนโน้นทีคนนี้ที หรือไม่ก็ไปเกาะชายผ้าซิ่นของแม่ จนกระทั่งเราถ่ายภาพในบ้านเสร็จสิ้น จึงหยุดพักนั่งคุยกับเด็กๆ และคุณแม่สุภาพรภายในบ้าน มีช่วงหนึ่งที่คุณแม่เล่าให้ฟังว่า

“การทำหน้าที่แม่โสสะไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผู้หญิงที่ไม่เคยมีลูกมาก่อน แล้วอยู่ๆ ก็มามีลูกสิบกว่าคน แต่ความรักความผูกพันที่มีให้กันได้เป็นตัวผูกมัดเราไว้ ทำให้ไม่สามารถทิ้งพวกเขาไปไหนได้อีก แม่เลี้ยงลูกก็ไมได้หวังสิ่งใด นอกจากอยากเห็นพวกเขาเติบโต และสามารถใช้ชีวิตร่วมอยู่กับสังคมภายนอกได้ เท่านี้แม่ก็ดีใจแล้วค่ะ”
 

  
กิจกรรมยามเช้ากับเพื่อนๆที่โรงเรียน                                                  นักกีฬาตัวจิ๋วในงานกีฬาสี

น้องอ้อมใจเสื้อสีขาว

 
เมื่อแม่พูดจบ อ้อมใจที่นั่งอยู่ข้างๆ แม่  เงยหน้าขึ้นฟังอยู่ก่อนแล้ว ส่งรอยยิ้มหวานให้แม่ เหมือนเธอเข้าใจในสิ่งที่แม่พูดมาทั้งหมด อ้อมใจซบหน้า และโอบสองมือไปกอดเอวของแม่แล้วพูดว่า
 
“แม่ขา เมื่อไหร่หนูจะได้กินวุ้นคะ” พวกเราที่นั่งอยู่พากันหัวเราะจนน้ำตาไหล ในความน่ารักของอ้อมใจ
 
ท้องฟ้าเวลานี้มีเมฆก้อนใหญ่ดำทะมึน ยอดไม้ลู่ตามลม ไม่นานนักเม็ดฝนก็เทกระหน่ำลงมา อากาศข้างนอกหนาวเย็นยะเยือก แต่ภายในบ้านหลังนี้กลับอบอุ่นยิ่งนัก


*หมายเหตุ: ชื่อของเด็กในบทความนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมเพื่อเป็นไปตามนโยบายด้านสิทธิเด็ก

  • ด้านบน
  • พิมพ์